ขอกล่าวโดยสังเขปก่อนนะครับ อันนี้เป็นเทคนิกการแต่งเนื้อเรื่องโดยส่วนตัวของผม (โดยเฉพาะการ์ตูน comic)
ไม่ได้หมายความว่ามันจะต้องถูกต้องหรือดีที่สุด แต่แค่อยากจะแชร์เล็กๆน้อยๆให้แก่ทุกท่านนะครับ
งั้นเรามาเริ่มกันเลย
1. เนื้อเรื่องที่น่าสนใจต้องมีการหักมุม
แน่นอนว่าการหักมุมจะเป็นช่วง peak ของเรื่อง และเป็นช่วงที่จะสร้างความประทับใจให้คนอ่านได้อยากมากถ้าทำได้ดี
ส่วนตัวผมวิธีคิดเรื่องหักมุมคือ จะกำหนดเส้นทางตรงก่อน ว่าเนื้อเรื่องช่วงนี้เริ่มต้นยังไง และบทสรุปเป็นยังไง
อย่างเช่นจาก A จะไปที่ D ถ้าแต่งแบบเถรตรง A ----> D มันก็จะแลดูน่าเบื่อ ต้องแวะไป A---> B---->E--->C แล้วค่อยย้อนกลับมา D
เนื้อเรื่องจะน่าสนใจกว่า... แต่ว่าการที่บอกว่าต้องกำหนดก่อนเพื่อที่เราจะได้ไม่หลงทางเองครับ
ยกตัวอย่างให้เข้าใจง่ายกว่านั้น อย่างเช่น ต้องการแต่งเรื่องรัก... ให้พระเอก A จบกับนางเอก D
ถ้าจะแต่งให้พระเอก A เจอะ นางเอก D โดยบังเอิญ แล้วก็จีบๆๆๆๆๆกัน สุดท้ายก็ได้เป็นแฟนกัน มันก็ออกจะ main stream น่าเบื่อ
ถ้าอยากจะให้เรื่องน่าสนใจขึ้น อาจจะเพิ่มนางรอง B เข้าไป ให้นองรอง B เป็นเพื่อนกับนางเอก D โดยแต่ละคนสร้างความสัมพันธ์กับ
พระเอก A ในแนวที่ต่างกัน อย่างเช่น นางเอก D เป็นคนที่น่าสงสาร ต้องการความช่วยเหลือ แต่นางรอง B เป็นคนน่ารักเข้ากับพระเอก A ได้ดี
การดำเนินเรื่องในช่วงท้ายๆก็ให้พระเอก A เหมือนจะเทใจไปให้นางรอง B ถนนทุกสายมุ่งไปนางรอง B แต่สุดท้ายก็เกิด event บางอย่าง
ที่ทำให้พระเอก A ตัดสินใจตอนสุดท้ายที่จะเลือกคบกับนางเอก D แล้วก็ให้ข้อคิดไว้ทำนองว่า
"ระหว่างคนที่เข้ากันได้ดี กับคนที่รักและต้องการความช่วยเหลือ คุณจะเลือกใคร" อะไรแบบนี้เนื้อเรื่องก็จะน่าสนใจกว่าที่ A--->D ตรงๆมาก
2. การหักมุมที่ดีต้องมีข้อมูลให้ครบอยู่แล้ว
หมายถึงว่าการหักมุม ควรจะให้ข้อมูลเพียงพอแก่ผู้อ่านอยู่แล้ว ว่าถ้า [ผู้อ่านตั้งใจอ่านจะสามารถเดาเรื่องได้ถูก แต่ที่เดาผิดเพราะไม่ได้สนใจหรือมองข้ามไปเอง]
การหักมุมด้วยเงื่อนไขนี้จะ epic มาก ถ้าเคยอ่านการ์ตูน อ่านนิยายบางเรื่อง พอตอนหักมุมก็เจอแต่อะไรใหม่ๆ อย่างเช่นตัวร้ายใหม่ที่อยู่ดีๆก็โผล่มาโดยไม่มีเงื่อนงำอะไรมาก่อน
อยู่ดีๆพระเอกก็ได้พลังใหม่โดยไร้เหตุผล ก็จะมีความคิดขึ้นมาอยู่ในใจว่า "เชี่ยม... ตรูจะไปรู้ได้ยังไง(วะ)" ขึ้นมาอยู่ในหัว การหักมุมประเภทนี้ผมว่า.... มันไม่ได้ช่วยอะไรให้เรื่องดีขึ้น
ตัวอย่าง typical และเห็นชัดเจนมาก ที่ต้องมีการหักมุมตลอดเวลาทุกตอนก็คือเรื่องพวกนักสืบดังๆทั้งหลาย จะต้องให้ข้อมูลแก่คนอ่านมาเรื่อยๆให้พอจะคาดเดา
คนร้ายและวิธีการได้ แต่ที่เดาผิดอาจจะเพราะลืมสังเกตอะไรบางอย่าง หรือคาดไม่ถึง ซึ่งสิ่งเหล่านี้สร้างความประทับใจให้คนอ่านอย่างมาก เรื่องเหล่านั้นถึงได้
ดังข้ามรุ่นมาจนถึงทุกวันนี้ (แต่เอาจริงๆ หลังๆผมว่าเดาไม่มีทางถูกหรอก เพราะข้อมูลสำคัญสุดๆมันก็จะ ชิ้งงงงง พระเอกเห็นอะไรบางอย่าง แล้วก็ตัดไปตอนเฉลย 555+)
3. ตอนจบของเรื่อง/บท ควรจะต้อง achieve อะไรบางอย่าง
ไม่ได้หมายความว่าจะต้อง main stream happy ending พระเอกแต่งงานกับนางเอก มีลูก มีความสุขด้วยกันชั่วนิรันดร์... ผมว่าหลายๆคนคงดูหนังบางเรื่อง นิยายบางเล่ม..
อ่านจบแล้วรู้สึกว่างเปล่า.... ตูจะอ่านเรื่องนี่มาทำไม...? นางเอกรอด แต่สูญเสียทุกอย่าง ไม่มีอะไรสำเร็จ ไม่มีอะไรเหลือ หรือที่เลวร้ายกว่านั้นแมร่งก็ตาย 5 กันหมด
ที่ผมสังเกตคือเรื่องเหล่านี้ตอนจบมันไม่ได้ achieve อะไรเลยที่ตัวเอกทุ่มเททำมาตลอดทั้งเรื่อง ผมคิดว่าคนแต่งเรื่องเทือกนี้ต้องการความ indy
แต่เอาจริงๆ... ตามความเห็นผมมันไม่เกิดอะไรที่ทำให้คนอ่านประทับใจเลยแม้แต่นิดเดียว มีแต่อ่านจบละสาปส่งต่อว่าตูจะไม่อ่านเรื่องของคุณมรึงอีกแล้ว
คำว่า achieve นี้ ไม่ได้แปลว่าพระเอก นางเอก จะต้องรอด จะต้อง happy ending แต่หมายความว่า ความพยายามที่(พวก)ตัวเอกทำมาทั้งเรื่อง มันต้องส่งผลอะไรบางอย่าง
ไปในทางสำเร็จ... อย่างเช่นถ้าต้องการแต่งเรื่องเกี่ยวกับการปฏิวัติ... พระเอก นางเอกเป็นผู้นำการเปลี่ยนแปลง.... ตอนจบพระเอกพลาดท่าถูกจับ และถูกประหารชีวิต
นางเอกถูกทรมาณ ประจานน่าสลดหดหู่ แต่เป็นเหตุให้รุ่นลูกพระเอกวางแผนได้ดีขึ้น แยบยลขึ้น จนนำมาซึ่งการปฏิวัติสำเร็จในภายหลังต่อมาอีก 100 ปีข้างหน้า
เนื้อเรื่องถึงจะดูหดหู่แต่ก็ยังพอจะรับได้... ถ้าจบอยู่แค่พระเอกนางเอกตาย ผมก็จะเขวี้ยงหนังสือทิ้งแล้วจดชื่อคนแต่งเอาไว้ว่าจะไม่อ่านของคนแต่งคนนี้อีก 555+
4. ความรู้ ในทุกแขนง ทุกสาขา สำคัญ
อย่าคิดว่าคุณติสแตกละจะมั่วเรื่อง มั่วหลักวิชาการอะไรก็ได้ ยิ่งคุณมีความรู้กว้างขวาง คุณก็จะยิ่งแต่งเรื่องได้ดี แม้แต่เรื่องแฟนตาซีเต็มขั้นเองก็เถอะ ไม่คิดว่าจะต้องใช้ความรู้อะไรเลยเหรอ?
- คุณต้องใช้หลักรัฐศาสตร์ในการวางระบบการปกครองในโลกของคุณ... ปกครองด้วยระบอบกษัตริย์? ประชาธิปไตย? คอมมิวนิส? หรือถ้าแน่ก็คิดระบบการปกครองใหม่ขึ้นมาเอง
- คุณต้องใช้เศรษฐศาสตร์ ในการสร้างเงินตรา สร้างการแลกเปลี่ยน สร้างเศรษฐกิจในโลกของคุณ
- คุณต้องใช้ความรู้ด้านระบบนิเวศ ในการสร้างสัตว์ประหลาด มอนสเตอร์ ให้สมจริง ครบวงจรของห่วงโซ่อาหาร
- ถ้าจะ sci-fi คุณก็ต้องใช้วิทยาศาสตร์ฟิสิกส์อย่างยิ่งยวด ในการประยุกต์กับจินตนาการของคุณ
- ความรู้ทางการแพทย์ จะทำให้คุณเขียนเรื่องเกี่ยวกับการเจ็บป่วยได้อย่างสมจริง
- ประวัติศาสตร์ ถ้าต้องการอ้างอิงถึงบุคคลในอดีต ความรู้เกี่ยวกับยุคสมัยต่างๆ ว่าเทคโนโลยีถึงขั้นไหน ความเป็นอยู่เป็นยังไง
- และอื่นๆอีกมากมายที่ผมยังคิดไม่ออก
คุณจะเห็นหนังไทยหลายๆเรื่อง_มั่ว_มาก_มั่ว_จน_ไม่_รู้_จะ_มั่ว_ยัง_ไง.... ถ้าคนอ่านไม่รู้ว่าคุณมั่วมันก็ดีไป แต่ถ้าคนอ่านเค้ารู้ล่ะก็ เรื่องของคุณหมดราคาตั้งแต่วินาทีนั้น...
นี่เป็นเหตุผลว่าทำไมนิยายฝรั่งก่อนแต่งเรื่องหนึ่งเขาถึงต้องขนาดทำวิจัย.. ถ้ายกตัวอย่างเรื่องที่ดีมากๆและ classic คือ Da vinci code.. ที่แต่งดีขนาดที่คุณแยกระหว่าง
ความจริงในประวัติศาสตร์กับเรื่องแต่งไม่ออก อ่านจบยังมีคนต้องทำวิจัยต่อว่าที่แต่งมามีโอกาสเป็นจริงรึเปล่า... อันนั้นคือสิ่งที่สุดยอดมาก
ที่ผมเห็นดีอย่างมากอีกเรื่องก็คือ light novel ของญุ่นชื่อดังที่เกี่ยวกับโลก online... เล่มก่อนหน้าเขียนเกี่ยวกับยาสลบ... ข้อมูลไม่ค่อยถูกต้อง.... แต่พอเล่มต่อมาที่เขียนเกี่ยวกับ HIV
เขาเขียนได้ถูกต้องทุกกระเบียดนิ้วผมคาดว่าเขาคงมีหมอเป็นที่ปรึกษาแน่นอน... มันถูกต้องจนผมประทับใจอย่างมากเลยล่ะ
แต่แน่นอนว่าคนหนึ่งคนไม่สามารถรู้ได้ทุกเรื่อง อันนี้เป็นเทคนิกส่วนตัวผมถ้าต้องการแต่งเรื่องในสาขาที่ไม่ถนัด
- เปิด google search wiki พยายามเรียนรู้
- ปรึกษาผู้รู้
- ถ้าอ่านยังไงก็ไม่เข้าใจ อย่าลงลึก อย่าทำตัวเป็นกูรูในเรื่องนั้น... ให้ลงผิวๆพอ...ที่มั่นใจว่ายังไงก็ถูก
5. ความดีเป็นตัวขับเคลื่อนให้คนเชียร์ตัวละครตัวหนึ่งๆ
ไม่ได้แปลว่าพระเอกจะต้องเป็นคนดีเว่อร์ ช่วยโลก รักคุณธรรม ทำทุกอย่าเพื่อความถูกต้อง เรื่องแบบนั้นมาน่าเบื่อจะตาย.. จะสังเกตว่ามี dark hero มากมายที่ได้รับความนิยมอย่างมาก
ที่ผมสังเกตมีจุดที่น่าสนใจคือ [ธรรมชาติของมนุษย์มักจะเชียร์ตัวละครที่มีเป้าหมายในเรื่องที่ดี ถึงแม้ว่าวิธีการจะออกนอกลู่นอกทางก็ตาม]
ตัวอย่างตัวเอกที่ได้รับความนิยมสูงมากแม้ว่าจะทำเรื่องชั่วๆไว้เยอะก็ตามก็คือ ยางามิ ไลท์ จาก death note และ ลูลูช จาก Code geass
2 คนนี้ไม่เลือกวิธีการ ฆ่าคนเป็นผักปลาเหมือนกัน แต่ที่แฟนๆเชียร์กันสุดใจขาดดิ้น นอกจากตัวเอกประเภทนี้จะเท่ห์เป็นพิเศษแล้ว แต่เพราะตัวเอกทั้งสองตัวนี้ทำไปเพื่อบรรลุวัตถุประสงค์ไปในทางที่ดี
คนนึงทำเพื่อจะกำจัดอาชญากรให้หมดโลกเพื่อสร้างโลกในอุดมคติ อีกคนทำเพื่อสร้างโลกให้น้องสาวของตัวเอง... ฟังอุดมการณ์แบบนี้แล้วถึงจะไม่เลือกวิธีการ ทำไมจะไม่เชียร์ล่ะครับ 555+
แต่สังเกตว่าตัวเอกประเภทนี้มักจะไม่รอดตอนจบ 555+
เทียบกับตัวเอก plain plain คุณธรรมทะลักออกจากทวารทั้ง5 ทำทุกอย่างเพื่อความดี ปกป้องโลกอย่างที่ควรจะทำ....... ผมว่า...... น่าเบื่อ... mainstream
แต่ถ้าอีกขั้วก็คือตัวเอกห่วยๆ วันๆทำแต่เลวๆ หลอกผู้หญิงคนโน้น กินผู้หญิงคนนี้ โกงคนโน้น เอาเปรียบคนนี้ โดยไม่มีอุดมการณ์อะไรดีๆเลย... ไม่มีใครเชียร์หรอกครับ
6. ตัวร้าย ก็คน... ก็มีเรื่องราว... ไม่ใช่ bot ยึดครองโลก ไม่ใช่ bot ที่โปรแกรมไว้ให้ชั่ว
typical เรื่องสไตล์เก่าๆคือ... ตัวร้ายต้องการยึดครองโลก.... ถามว่าได้โลกไปแล้วจะเอาไปทำอะไร... ไม่รู้... ก็แค่อยากยึดครอง... ทรมานคนเล่นมั้ง...? ไม่มีเหตุผล ไม่มีสาเหตุ..
คือ.. ผมว่ามันเป็นอะไรที่ห่วยแตกมาก กับตัวร้ายที่ "แบน" อย่างมาก พูดถึงตัวร้ายแน่นอนว่ามักจะเก่ง พลังเยอะ หรือเป็นผู้นำที่ยิ่งใหญ่ คุณไม่คิดเหรอว่ากว่าจะมาถึงขั้นนั้นได้ ตัวร้ายเองก็ต้อง
ผ่านอะไรมาเยอะ ต้องมีอุดมการณ์ ต้องมีอะไรบางอย่างที่ทำให้มีลูกน้อง มีบริวารให้ความเคารพมากมาย เป็นผู้นำของโลกเดิมได้...
เพราะฉะนั้น เรื่องจะดีหรือไม่ผมว่าตัวร้ายเป็นปัจจัยหนึ่งที่สำคัญอย่างมาก อันนี้ความเห็นส่วนตัวของผม(ไม่จำเป็นว่าจะต้องดีเสมอไป) ผมคิดว่าตัวร้ายที่ดีจะมีอุดมการณ์ที่ทำเพื่อความดี
ไม่ด้อยกว่าพระเอก เพียงแต่ว่า "วิธีการ" ไม่ตรงกัน.. ผมว่าเป็นอะไรที่น่าประทับใจที่ได้รู้ถึงความต้องการที่แท้จริงของตัวร้ายในตอนหลัง... นะครับ
กับอีกตัวร้ายประเภทนึง ที่ทำอะไรไปด้วย "ความสนุก" เพราะเป็นโรคจิต ตัวอย่างที่เห็นได้ชัดก็คือ joker จากเรื่อง batman... หรือ ฮิโซกะ จาก hunter X hunter (จริงๆไม่แน่ใจว่าเป็นตัวร้ายรึเปล่า)
ตัวร้ายประเภทนั้นก็มีเสน่ห์ และน่าสนใจอย่างมาก เรื่องหนึ่งจะมีสักคนก็จะเป็นอะไรที่มีสีสัน... แต่อย่างที่บอกว่า ตัวร้ายประเภทนี้ ผมว่าไม่ควรเยอะเกิน
7. ถ้าต้องการเนื้อเรื่องหนักแน่น อย่าตลกโปกฮา อย่าลามก มากเกินไป
เคยเจอมั้ยครับ กับเรื่องที่ดูน่าสนใจ ดูอลังการ แต่ปล่อยมุกแป๊กบ้างไม่แป๊กบ้างทุก 2 ช่อง/บรรทัด หรือไม่ก็ดู theme เรื่องอลังการณ์ล้านแปดมาก โรงเรียนของผู้มีพลังวิเศษบางอย่าง แต่เริ่มต้น
ด้วยพระเอกไปเจอนางเอกอาบน้ำ/เปลี่ยนเสื้อผ้า แล้วก็โดนไล่ออกจากห้อง/บ่อน้ำธรรมชาติ ทุกที ตอนสู้กันก็ตัดเข้ามุกตลกทุก 2 ช่อง... เห็นกางเกงในนางเอกทุก 2 หน้า... ผมว่า...
การทำแบบนั้นเป็นการกำจัดคนอ่านไปในตัวของตัวเอง... คนที่จะอ่านต่อก็จะอ่านเพราะเรื่องแบบนั้นที่นำเสนอเยอะเกิน คนที่ต้องการเนื้อเรื่องก็จะเลิกอ่าน
ส่วนตัวผมคิดว่าพวกเรื่องตลก หรือเซอร์วิส มีบ้างก็ดีเป็นสีสัน แต่ต้องชั่งน้ำหนักดีๆ ให้เหมาะสม อย่าทำให้เรื่องที่อุตส่าห์วางมาดีๆพัง...
หมดละมั้ง คิดไม่ออกแล้ว
ขอบคุณที่อ่านกันมายืดยาวนะครับ อย่างที่บอกว่าไม่ได้แปลว่าต้องเป็นอย่างที่ผมเขียนถึงจะดีนะครับ
ผมแค่รวบรวมสิ่งที่ผมสังเกตในเรื่องที่ผมประทับใจมาสรุปเป็นข้อๆด้วยความเห็นส่วนตัวผม
มีอะไรอยากพูดคุย แลกเปลี่ยนความเห็นก็ตามสบายเลยครับ
ข้อมูลจะถูกนำออกทำให้ไม่สามารถอ่านได้อีกน่าเสียดายมากเลย
แน่ใจแล้วหรือที่ต้องการลบข้อมูลออก
หากยืนยันแล้วจะไม่สามารถกู้คืนมาได้อีกนะ!