บล็อก (6) ดูทั้งหมด
รีวิวงานขวัญระพีจากแฟนคลับจ้า
มีแคมเปญวาดรูปแลกรีวิวที่ทิ้งร้าง (ฮา) แต่ก็มีแฟนการ์ตูนสองท่านมาช่วยรีวิวค่ะ
คุณ Becky Nitanontawat ส่งอีเมล์ข้ามน้ำข้ามทะเลชำแหละงานขวัญระพีดังนี้:
สวัสดีค่ะ ก่อนอื่นขอบคุณมากที่ยอมวาดรูปฟรีให้แลกกับรีวิวที่อันจะแสนยาว ทำให้ต้องยอมเปลื่ยนจากที่กดมือถือมาพิมพ์รีวิวในคอมเลย เพราะมันพิมพ์มันส์กว่าแยะ ส่วนตัวแล้วเป็นแฟนคลับสมัยตอนอยู่เวบ exteen เมื่อนานมากแล้ว ตอนที่เรื่องหน้ากากแก้วลิเกออกมาใหม่ๆ จำได้ว่ามักจะขึ้นติดท้อบชาร์ตบ่อยๆ ทำให้สนใจคลิกไปดูเลยทันที โดยส่วนตัวแล้วเป็นคนชอบอ่านการ์ตูนสี่ช่องแบบนี้ล่ะ และก็ไม่ค่อยเห็นมีคนทำแบบนี้เท่าไหร่ เพราะถือว่าต้องตลกจริง การ์ตูนสี่ช่องต้องเขียนให้อธิบายอะไรต่างๆได้เร็ว มุขแต่ล่ะมุขต้องฮาจริง และไม่น่าเบื่อ ตอนแรกเคยอ่านผลงานของคนๆหนึ่งชื่อพี่โอม เค้าทำการตูนสี่ช่องแบบนี้ล่ะ แต่หลังๆก็หายร้างไป ไม่รู้เกิดอะไรขึ้น ทำให้แอบเสียใจนิดๆ เพราะจะหานักวาดการตูนมาทำได้ฮาขนาดนี้และถูกใจเรามันน้อยมาก จนมาเจอคุณ Kwanrapee นี่ล่ะ ทำให้เราดีใจแบบ เออดีใจจัง ในที่สุดเจอคนวาดแนวขำๆแบบนี้มาซะที หายากซะด้วย แถมเป็นผู้หญิงอีก โอ้ ชอบๆๆๆ ก็เลยเป็นสาเหตุของแฟนคลับนี่ล่ะ ติดตามมาตลอด
โดยรวมแล้วผลงานของคุณ Kwanrapee ทำได้ดีเลยทีเดียวเลยนะ ภาพวาดก็แนว ให้อารมณ์การ์ตูนตาหวานสมัยก่อน ลายเส้นไม่ต้องเป๊ะมาก ภาพสีสวย แต่ขอตินิดหนึ่งในการวาด บางทีเวลาวาดตัวการ์ตูนผู้หญิง บางคนวาดซะดูหัวโต ผมฟูไปนิด แต่โดยรวมๆแล้วดีหมด โดยเฉพาะเนื้อเรื่องที่ไม่เหมือนใคร เช่น หน้ากากแก้วเวอรชั่นลิเก๊ ลิเกมาเลย นี่ยอมรับเลยว่ามันแปลกมาก!!เพราะไม่เคยเห็นใครเค้าจะมาชื่นชมหรือให้ความสำคัญกับลิเกเลย เพราะมันดูโบราณและคนสมัยใหม่เค้า ไม่สนใจกัน แต่คุณ Kwanrapee ทำได้ค่ะ โดยการเอามายุ มาดัดแปลงร้องเล่น รำลิเกแบบไทยๆ เที่ยวกิน ฝึกซ้อม อะไรก็แบบไทยๆ เป็นการนำเสนอที่ง่ายและก็น่าสนใจ ทำให้วัยรุ่นทั่วไปแม้กระทั่งผู้ใหญ่สามารถกลับมาสนใจลิเกได้ ในรูปแบบของการ์ตูน อันนี้ยอดเยี่ยมค่ะ เก่งมาก ปรบมือให้เลย (แปะๆๆ)
เมดคาเฟ่รัฐนิยมเป็นเรื่องโปรดที่สุดเท่าที่เคยอ่านมาเลย ชอบหมด และให้ความรู้ใหม่ๆในสิ่งที่คนปัจจุบันไม่เคยได้ยินมาก่อนเลยในชีวิต (อย่างเช่นเรานี่ล่ะ ฮ่าๆ) ในข้อมูลของคนสมัยนั้นอยู่กินกันอ ย่างไร เค้าร้องรำทำเพลงอะไร ฮิตเพลงแบบไหน แต่งตัวอะไร ผู้หญิงจะต้องทำตัวอย่างไรบ้าง ใส่โจงกระเบนมันผิดไหม หรือ ชื่อแต่ล่ะคนโบร๊าณโบราณแต่มีความหมายที่น่ารักน่าชัง อาหาร คือ โอ้โห แล้วเอามาทำเป็นในรูปแบบคาเฟ่อีก ทำให้แบบ ถ้ามีเงินนะ อยากจะเป็นร้านคาเฟ่แบบนี้ล่ะ! ไอเดียแจ่มมาก ขอเดาว่าไอเดียนี้มาจากของคนญี่ปุ่นใช่ไหม ที่มีเมดน่ารักมาบริการ และก็มีเอาอกเอาใจ แต่เวอรชั่นนี้ปรับเปลื่ยนมาเป็นคนไทยซะเลย ประมาณว่า เมดไทยก็น่ารักไม่แพ้คนญี่ปุ่นนะ คะ และก็จะทำรูปแบบคนไทยจ๋ามาเลย (ถ้าคาเฟ่แบบไทยๆรัฐนิยมมีจริง คนญี่ปุ่นคงต้องหลบทางให้นะค๊า เพราะทำได้ดีกว่าแยะเลย) ภาพวาดของกิน ชอบที่สุด ทำให้เห็นแล้วน้ำลายสอ อยากกินบ้าง โดยเฉพาะคุ๊กกี้เนยรูปหมวก นี่ทำเอาต้องเปิดกูเกิ้ลหาเลย มีจริงไหมเนี้ย?ถ้าไม่มี จะลงมือทำเองเลยนะ !เพราะมันน่ากินมาก รูปวาดน่ารักที่สุด ขอชมนะคะว่าคุณ Kwanrapee วาดของกินได้เก่งมาก น่าจะทำเป็นสมุดระบายสีได้เลย แบบรวมเล่มระบายสี ที่มีแต่รูปของกินล้วนๆ
มีรำวงแด็นซึ่งแบบได้ฮากระจาย ใครรำผิด ตีด้วยไม้เรียว หรือหยอดเหรียญเต้นรำวง คือโอ้โห
มันน่าเอามาทำเป็นร้านจริงๆค่ะ เก๋กุ้ด สุดยอดมาก
ตัวละคร คุณ โฉมจากเรื่องเมดรัฐนิยม ซึ่งบอกตรงๆว่า ไม่รู้ทำไมไม่ชอบตัวนี้ที่สุด 555 เห็นหน้าตาบุคลิก และการแสดงออกคือ ยังกะหุ่นยนต์และก็ดุเกินไป ทำให้เวลาเห็นตัวละครตัวนี้โผล่มา จะไม่ค่อยชอบเท่าไหร่ เพราะรู้สึกว่า เจ๊โฉม ดุดันตลอด โหดเกิน จนรู้สึกหมั่นไส้ แบบจะแกร่งไปไหนคะ? อ่อนโยนหรือปรับเป็นนุ่มนวลนิดๆก็ได้ค่ะ เอ๊ะอ๊ะปรับเงิน หักเงิน เข้าใจว่าพยายามวางมาดเป็นราชีนี แต่ก็อย่างว่า คือดุและแข็งทื่อไป ก็เลยแบบ อืม….ไม่ชอบละครตัวนี้เลยล่ะ
แต่ตัวละครอื่นๆผ่านหมดนะในเรื่องรัฐนิยม ไม่ว่าจะเป็น กัมปนาท นายสิบ งามพิศ ตัวละครโปรดก็สายสวาท(ชอบลายจุด) อรอนงค์(เก่งภาษาไทยในการเขียนถูกต้องให้เป๊ะ)และก็แหม่ม(ที่พูดไม่ชัดและน่ารักมาก!) ที่คือชอบที่สุดแล้ว เป็นตัวสีสันเฮฮาที่สุดในเรื่อง เพราะดูโก๊ะๆน่ารัก แต่แฝงไปด้วยความฉลาดและดูเข้าถึงง่าย เป็นสาเหตุที่ว่าทำไมถึงชอบตัวละครแบบนี้ค่ะ
สรุป ชอบหมดทุกอย่าง ชอบไอเดีย และขอให้ทำผลงานแบบนี้ออกมาเรื่อยๆ เพราะชื่นชมผลงานของคุณ Kwanrapee มากจริงๆ หายากไอเดียที่ไม่เหมือนใครแบบนี้ และขอให้มีความสุขกับการเขียนการ์ตูนแบบนี้ตลอดนะคะ ไม่จำเป็นต้องลายเส้นสวยเป๊ะเหมือนใคร เป็นตัวเองแบบนี้ล่ะดีที่สุด สู้ๆค่ะและ ขอบคุณที่ทำผลงานการ์ตูนสนุกๆแบบนี้มาให้อ่านกันค่ะ
จาก แฟนคลับที่อยู่ไกลแสนไกลเหลือเกินค่ะ
-----------------------------------------------------------------------------------------------------------------
คนที่สองคือพี่หนุ่ย รุ่นพี่จากจุฬาฯ รั้วนิเทศศาสตร์ค่า
ถ้ามีใครสักคนถามเราว่า "มีตัวอย่างของการหยิบประวัติศาสตร์ไทยมาเล่นสนุกที่สนุกจริงๆ บ้างไหม" ผมจะยื่นการ์ตูนเล่มนี้ให้ลองอ่านดูครับ
ขวัญระพีเป็นนักเขียนการ์ตูนที่สนุกกับการเอาเรื่อง "ไทยๆ" มาเล่าในบริบทใหม่ๆ อย่าง "หน้ากากแก้วภาคลิเก" ที่หยิบการ์ตูนผู้หญิงระดับคลาสสิคอย่าง "หน้ากากแก้ว" มาเปลี่ยนฉากหลังเป็นวงการลิเก หรือ "มาลัยล้อมเพชร" ที่เล่าเรื่องลิเกแบบเต็มๆ
(สองเรื่องนี้ เรียนตามตรงว่า "ผมยังไม่ได้อ่าน"...ดังนั้นเราจะเล่าข้ามๆ ไปนะครับ แหะๆ)
"เมดคาเฟ่รัฐนิยม" คือการหยิบ "รัฐนิยม" สมัยจอมพล ป. มาผสมกับแฟชั่น "เมดคาเฟ่" ที่เพิ่งโผล่มาในบ้านเราในเวลานั้น (๒๕๕๖) โดยเล่าผ่านการ์ตูนสี่ช่องจบ ลงใน pantip.com และบล็อกส่วนตัวของคนเขียน (สลับด้วย side story เรื่องรักของคู่พระ-นาง ซึ่งอันนี้น่าจะมีแค่ในรวมเล่ม)
โดยตัวของมันเอง ยุค "รัฐนิยม" ก็มีอะไรให้เล่นเยอะอยู่แล้ว ทั้งแฟชั่น วัตรปฎิบัติต่างๆ มันก็ดูมีความพิลึกอยู่แล้ว ถ้ามองด้วยสายตาปัจจุบัน การหยิบจับมันมาใส่ในบริบทปัจจุบัน จึงสนุกได้ไม่ยาก
สิ่งหนึ่งที่ผมชอบชอบการ์ตูนชุดนี้ คือการตั้งคำถามกับการดำรงอยู่ของวัฒนธรรม "ไทย" ในห้วงเวลาปัจจุบัน ผ่าน "โจงกระเบนสตอรี่" ที่ตั้งโจทย์ว่า "จะเอาการแต่งกายแบบไทย มาใช้ในชีวิตประจำวันอย่างไร"
ผมว่านี่คือการพูดถึงวัฒนธรรม ที่ก้าวหน้าระดับที่กระทรวงวัฒนธรรม (ในยุค "ปฎิรูป") ไม่มีทางคิดได้
ขอบคุณมุมมองจากทั้งสองท่านค่า จะพยายามเขียนงานในคอนเซปท์ "การ์ตูนน้ำดี รีเสิร์ชแน่น" ต่อไปค่ะ XD
ไกด์ไลน์การดูแลตัวเองของนักเขียนการ์ตูน: วิธียิงยาวโดยไม่หมดแรง
ทดไว้ในวันที่งานล้นปรี่อีกแล้วค่ะ วิธียิงยาวทำงานทั้งวันโดยไม่หมดแรง เพลียกาย เพลียใจ เพลียแคม (?) สามารถไฟท์งานวันอื่นต่อได้โดยไม่หักโหม ไม่เสียสุขภาพ
- ไม่นั่งนาน
การนั่งนานโดยไม่ผ่อนคลายอิริยาบถเลยทำร้ายตัวเองมาก (นี่ท่องไว้ อีนี่ก็ชอบไถไอแพดเล่นทีละนานๆ) เพราะกล้ามเนื้อมันเกร็ง นั่งท่าเดิม แถมเครียดง่ายด้วย วิธีการคือนั่งสักสองชั่วโมงแล้วลุกไปชงกาแฟ เข้าห้องน้ำ ล้างจาน ไปทำอย่างอื่นสักพัก หรือนอนแป้บนึงก็ได้ค่ะ คือทำอะไรก็ได้ที่ไม่ใช่การนั่งท่าเดิมๆ อะ
เราเคยเขียนสตอรี่บอร์ดแล้วตันมุก ก็ใช้วิธีเดินค้นการ์ตูนอ่าน หรือใช้โพสอิทแปะกระดาน เปลี่ยนวิธีเขียนแบบที่ย้ายโพสอิทไปฝั่งนั้นฝั่งนี้ตามประเด็นของเรื่อง ก็ได้ผลมาพอสมควรนะคะ วันนั้นได้พล็อตราวๆ 2-3 แบบเอาไว้เลือกและไฟท์กับบ.ก.อีกที หรือใช้วิธีแบบกระบวนการค่ายละครที่เราเคยฝึก ใช้วิธีระดมความคิดรอบวงด้วยการกางกระดาษพรูฟแผ่นใหญ่ แล้วนอนเลื้อยเขียนงานลงไปตัวโตๆ งานเรางานสร้างสรรค์ วิธีการก็น่าจะสร้างสรรค์ด้วยแหละนะ
- กินน้ำมากๆ
การกินน้ำมากๆ เราว่าแก้ป่วยได้ (ฮา) คือมีความชุ่มชื้นไหลเวียน ลุกบ่อยเข้าห้องน้ำ สดชื่นดี แต่ทางที่ดีควรเป็นน้ำเปล่านะคะ อัดลมหรือชานมชาเขียวมันเพิ่มน้ำตาล น้ำเปล่านี้แหละค่ะ (ไม่แน่ใจว่าสร้างความชุ่มชื้นในดวงตาด้วยไหม5555 แต่กินน้ำไปเหอะ ป้องกันภาวะขาดน้ำ)
- ออกกำลังกาย
เราออกกำลังกายอาทิตย์ละ 2-3 ครั้งๆ ละ 30 นาทีด้วยวิธีคาร์ดิโอแอโรบิก โยคะ หรือยกเวทเบาๆ หลังทำงานช่วงเย็นหรือก่อนทำงานช่วงสายเก้าโมงสิบโมงแล้วแต่ตารางงาน และแล้วแต่ว่าจะไปออฟฟิศหรือไม่ไป มันช่วยให้ทำงานอึดถึกขึ้นและแก้ปวดเมื่อยกล้ามเนื้อไปในตัว เราเริ่มออกกำลังกายมาตั้งแต่ช่วงกลางปี 56 มีเบื่อบ้าง ไม่ทำบ้าง แต่ก็เริ่มอยู่ตัวแล้วค่ะ งานนี้ต้องชนะใจตัวเอง หากทำงานวันนั้นเหนื่อยแล้วไม่ไหวแล้วก็ค่อยผลัดไปอีกวัน แค่สามวันในหนึ่งอาทิตย์เองน่า จัดเวลาได้อยู่แล้ว 5555
ผลจากการออกกำลังกายคือเราป่วยน้อยลง รูปร่างดีขึ้น ห่วงยางที่พุงลดไปพอสมควร นี่ถ้าออกจริงจังเพื่อไดเอทคู่กับการคุมอาหารคงผอมกว่านี้ค่ะ แต่นี่คือยังกิเลสหนาเรื่องของกินอยู่ ฮ่าๆๆๆ เอาเป็นว่าตอนนี้ออกกำลังชดเชยไปก่อนนะคะ
- นวด แช่เท้า แผ่นประคบ ยาหม่อง
นี่เป็นออปชั่นเสริมค่ะ อุปกรณ์ช่วยเช่นแผ่นประคบคอ ลูกประคบเข้าไมโครเวฟ แช่เท้าในน้ำอุ่น (เท้าเป็นศูนย์รวมประสาทอะ) ให้หลับสบายมากขึ้นหลังทำงาน ยาหม่องนวดไหล นวดแผนทงแผนไทยอะไรก็ว่าไป 5555 พวกนี้จะช่วยให้รู้สึกดีขึ้นระหว่างทำงานแล้วเกิดปวดเมื่อยค่ะ
- บริหารมือ บริหารสายตา แช่มือในน้ำอุ่น ประคบตาด้วยผ้าขนหนูชุบน้ำอุ่น
นวดมือบ้าง เปลี่ยนสายตาดูสีเขียวๆ (อาจตั้งนาฬิกาปลุกให้รู้ว่านั่งนานแล้ว เปลี่ยนสายตาได้ แบบเคาะระฆังเรียกสติหมู่บ้านพลัม) มือและตาเป็นอาวุธนักเขียน ดูแลให้ดีๆ นะคะ สลับกับการทำงานไป
- จัดตารางงาน
คำนวณเวลาการทำงานแต่ละชิ้นให้ดี เผื่อเหลือเผื่อขาด ไม่รับงานมากเกินไป ให้หัวใจได้มีโอกาสเสพสื่อ ดูหนัง ดูละคร ดูอนิเม พูดคุยแลกเปลี่ยนกับคนอื่นบ้าง พ่อเราสอนบ่อยๆ ว่า Work hard with no play make a dull boy อะ ทำงานมากไปหัวมันจะตันและไม่ไหลเวียน งานมากไปมันเครียดด้วย เราเองก็ยังเหลวไหลติดเล่นมากเช่นกันค่ะ กำลังพยายามเวทการทำงานแต่ละชิ้น จัดตารางและนอนพักผ่อนให้เหมาะสมอยู่
- ไม่นอนดึก
การนอนดึกส่งผลไปถึงวันพรุ่งนี้ ทำให้เพลีย เหนื่อย ล้าตอนบ่ายๆ วันที่ดีมันเริ่มต้นตั้งแต่เมื่อวาน ไม่ใช่เมื่อเช้าค่ะ ทำงานดีๆ วิ่งยาวๆ วินัยในการนอนต้องมา ไม่งั้นหมดแรง และออกกำลังกายก็ยิ่งเหนื่อยไม่ได้ผลด้วยค่ะ
- สุขภาพจิต
ทำงานให้สนุกสนาน พลังงานด้านบวกไหลเวียน รีแลกซ์ๆ ดีที่สุดค่ะ งานสร้างสรรค์ไม่ควรตันด้วยประการทั้งปวง ทั้งไอเดีย ทั้งอินเนอร์ ทั้งฟีลลิ่ง ซึ่งทำยากสุดแระในบรรดาทั้งปวง แต่พยายามสนุกสนานกับระหว่างการทำงานนี่เราว่าสำคัญกว่าโมเมนต์งานเสร็จนะคะ หาความสุขระหว่างทางกับสิ่งที่รักกันดีกว่า
ใครมีอะไรเพิ่มเติมคอมเมนต์ได้นะคะ XD
แสดงความเห็น